หัวเวป

header ads

วิจัยเผย ยาคุมกำเนิดผู้ชายจะไม่มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศ




เราอาจจะเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับยาคุมกำเนิดแบบเม็ดสำหรับผู้ชายกันมาบ้างแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนต่างรอคอยอยากให้ใช้ได้จริงในสักวัน เพราะปัจจุบันนั้นการคุมกำเนิดส่วนใหญ่มักตกเป็นภาระของผู้หญิงมากกว่า เพราะการใช้ถุงยางอนามัยนั้นไม่สามารถคุมกำเนิดได้แน่นอนเท่ากับยาคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง อีกทั้งหลายคู่ก็ไม่ชอบใช้ถุงยางอนามัยเพราะจะทำให้อรรถรสในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง หรือถ้าเป็นวิธีอื่น ๆ อย่างการฝังยาคุมกำเนิดหรือใส่ห่วงคุมกำเนิดนั้นก็เป็นวิธีสำหรับผู้หญิงทั้งนั้น และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้มีการเริ่มพัฒนายาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและไม่ตกเป็นภาระที่ผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวนั่นเอง

          ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 เว็บไซต์ Dailymail ก็ได้เปิดเผยความคืบหน้าของการพัฒนายาคุมกำเนิดแบบเม็ดสำหรับผู้ชายออกมาแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยเลย โดยในขณะนี้ยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายที่ชื่อว่า 11-beta-MNTDC ได้ผ่านการทดสอบโดยนักวิจัยของ University of Washington และ Los Angeles Biomed Research Institute ในด้านความปลอดภัยและผลข้างเคียงแล้ว ซึ่งพบว่ายาตัวนี้ไม่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศของท่านชายแต่อย่างใด


ยาคุมกำเนิดผู้ชาย

          ตัวยา 11-beta-MNTDC นี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนเพศชายบางตัวเพื่อลดการผลิตสเปิร์มของลูกอัณฑะ โดยยังคงปริมาณฮอร์โมน Testosterone ในร่างกายให้มีอยู่เท่าเดิม โดยการทดสอบครั้งนี้นักวิจัยได้ทดสอบกับอาสาสมัครชายจำนวน 40 คน และมีอยู่ 10 คนที่ได้ยาหลอก ซึ่งแต่ละคนจะได้รับยา 200 หรือ 400 มิลลิกรัม เป็นเวลา 28 วัน

          ในช่วงระหว่างการทดสอบนั้นมีอาสาสมัครบางคนที่ได้รับผลข้างเคียงจากยาเล็กน้อย เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือมีสิวขึ้น โดยมีอาสาสมัครเพียง 5 คนที่บอกว่ามีความต้องการทางเพศลดลงบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ซึ่งถือว่าปลอดภัยและไม่ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง

          ส่วนในด้านการคุมกำเนิดนั้นพบว่าระดับฮอร์โมนที่ใช้ในการสร้างสเปิร์มลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 60-90 วันกว่าจำนวนสเปิร์มในน้ำอสุจิจะลดลง ซึ่งถือว่ายังไม่ได้ผลดีพอที่จะใช้คุมกำเนิดได้จริง เนื่องจากลูกอัณฑะสามารถสร้างสเปิร์มได้มากถึง 1,500 ตัวต่อวินาที ทำให้ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าตัวยาคุมกำเนิดจะได้ผล และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรายังไม่มียาคุมกำเนิดสำหรับผู้ชายที่ใช้ได้ผลจริงจนถึงทุกวันนี้ เพราะว่าการควบคุมจำนวนผลิตตัวสเปิร์มของผู้ชายนั้นยากกว่าการควบคุมการตกไข่ของผู้หญิงหลายเท่านัก

          ทั้งนี้ นักวิจัยได้กล่าวว่า กระบวนการหลังจากนี้ก็จะเป็นการพัฒนาให้ตัวยามีผลข้างเคียงน้อยที่สุด พร้อมทั้งทำให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นจนสามารถใช้คุมกำเนิดได้จริง แต่กว่าจะถึงเวลานั้นคาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่อย่างน้อยรอนานก็ยังดีกว่าไม่มีความหวังเลยเนอะ

ข้อมูลจาก dailymail.co.uk